ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ : เทศบาลตำบลสามผง เบอร์โทร/โทรสาร. 0-4205-5724-5 

 
 ประวัติความเป็นมาของตำบลสามผง
 บุรพชนผู้ก่อตั้งชุมชนบ้านสามผง

 

ชุมชนบ้านสามผงตั้งขึ้นเมื่อกลางรัชกาลที่ 3 ก่อน พ.ศ. 2544 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทำสงครามปราบพระเจ้าอนุวงศ์แห่งกรุงเวียงจันทน์ แล้วยุบรวมความเป็นประเทศราชมาเป็น หัวเมืองขึ้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บุรพชนที่มาก่อตั้งชุมชนบ้านสามผง เป็นเชื้อสายที่มาจากเมืองเวียงจันทน์ ซึ่ง ติดตามผู้นำเพื่อหนีภัยทางการเมือง ระหว่างผู้ครองเมืองหนองบัวลำภู (เดิมชื่อ กาบแก้ว บัวบาน) คือ พระวรปัญญา กับผู้ปกครองเมืองเวียงจันทน์ คือ พระเจ้าพินธุสาร

ด้วยเหตุที่พระวรปัญญาไม่ยอมเป็นพวกกับเมืองเวียงจันทน์ ทำให้เมืองเวียงจันทน์ถือว่าพระวรปัญญา และทางหนองบัวลำภูคิดกบฏ พระวรปัญญาพร้อมด้วยเสนามาตย์ จึงอพยพหนีภัยไปที่เมืองจำปาสัก แต่เจ้าเมือง จําปาสักบอกกับพระวรปัญญาว่า ไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกัน หากทางเวียงจันทน์คงจะยกทัพมาตีแน่ จึงได้อพยพ ประชาชนมาตั้งชุมชนที่ปากห้วยแจระแม แม่น้ำมูล พร้อมกับได้ส่งทูตไปที่โคราชและกรุงเทพขออยู่รวมใน โพธิสมภารแห่งอาณาจักรไทย

ต่อมาพระวรปัญญา ได้ยกทัพไปตีเมืองจำปาสักและเวียงจันทน์แตกชนะสงครามแล้วกวาดต้อนผู้คน ชาวญ้อภูไทย ชาวพวน ข้ามแม่น้ำโขงมาอยู่ฝั่งไทยในเขตจังหวัดหนองคาย นครพนม สกลนครและกาฬสินธุ์ ส่วน พระวรปัญญา ได้นำเสนามาตย์กลับไปพัฒนาเมืองอุบลราชธานี

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) มีกุศโลบาย ให้ประชาชนที่อพยพมาจากเมืองหนองบัวลำภู (กาบแก้ว บัวบาน) ที่มาพร้อมกับพระวรปัญญาเมื่อครั้งก่อนโน้นกลับไปตั้งถิ่นฐานที่เมืองนครพนม ที่ปากน้ำ สงครามที่เป็นเมืองไชยบุรีเวลานี้

ต่อมาราษฎรที่จึงได้หารือกันถึงชัยภูมิทำเลที่เหมาะสมการตั้งถิ่นฐาน เชื้อสายของกลุ่มผู้อพยพกลุ่มนี้ ประกอบไปด้วยผู้ที่มาจากสกุลพระนครสกุลหลวงกำจัดและสกุลท้าวขัตติยะ นานสกุล นคะจัด และติยะบุตร มา จากท่านทั้งสามตามลำดับ ได้จัดหาพาหนะมาขี่และม้าต่างบรรทุกสิ่งของเดินทางเสาะหาที่ตั้งชุมชนของตนในที่สุด ก็มาพบหมู่บ้านชาวข่า (ข้า) อยู่บริเวณโนนบ้านคือทุ่งนาโนนบ้านของชาวบ้านสางผงเวลานี้ เห็นที่นาและข้าวที่ ปลูกไว้งามมากกำลังพอดีเก็บเกี่ยว

 

กลุ่มผู้สำรวจภูมิประเทศ ได้สำรวจโดยรอบพบว่ามีลำห้วย ไหลลงสู่แม่น้ำสงครามระยะห่างจาก น้ำสงครามประมาณ 2 กิโลเมตร มีป่ายางใหญ่ มีป่าไม้นานาพันธุ์และมีสัตว์ป่ามากมาย จึงตั้งชุมชนตรงบริเวณ สันดิน รอบๆสันดินเป็นที่ลุ่มส่วนใหญ่ 2-3 ปีจะมีน้ำท่วมครั้งหนึ่งและจะท่วมอยู่นานประมาณ 1 เดือน

ระหว่างโนนสันดินบ้านสามผงกับโนนดินดงพระเนาว์จะมีหนองน้ำอยู่ 3 หนอง มีน้ำขังตลอดปี น่าจะเป็น ที่มาของชื่อ “บ้านสามผง” ซึ่งหมายความว่า บ้านสามหนองน้ำ คำว่า “ผง” น่าจะเพี้ยนมาจาก คำว่า “ผง โบราณเรียกบริเวณที่มีปลาอยู่ชุกชุมว่า “ฝูงปลา” รวมแล้วจะมีหนองน้ำอยู่รอบๆ หมู่บ้าน คือ หนองขา หนองบัว และหนองสามผง

การดำรงชีวิต

ราษฎรมีการทำนาเพื่อเลี้ยงชีพ จับปลาตามหนองน้ำใหญ่ทั้ง 3 หนอง และลำน้ำสงครามตรงบริเวณใกล้ บ้านสางผง ซึ่งมีปลาน้ำจืดนานาพันธุ์ชุกชุมมากมีการทอดแหใหญ่ยาวประมาณ 12 ศอก รวมกลุ่มกัน 7-8 ลำเรือ ไปตามลำน้ำสงครามเช้าไปเย็นกลับ จะได้ปลาเกือบเต็มลำเรือ โดยมากจะเป็นปลาขาวกลุ่ม (ปลากลุ่ม) ซึ่งอยู่ รวมกันเป็นกลุ่มเป็นฝูงใหญ่ เป็นเหตุการณ์เมื่อ 60-70 ปีมาแล้ว จึงมีคำผญาว่า “สามผงดินดำน้ำชุ่ม ปลากลุ่ม บ้อน คือแข้ฟาดหาง” หมายความว่า บ้านสามผงนี้มีดินดี มีน้ำดี ปลากลุ่มผุดว่ายพร้อมกันเป็นจำนวนมากเสียงดัง เหมือนจระเข้ฟาดหาง

จึงทำให้ชาวสามผง มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีดังคำกลอนที่ว่า

“ชาวสามผงทุกคนรักสันโดษ ไม่ชั่วโฉดใฝ่สุขทุกวิถี หาเลี้ยงชีพด้วยสัมมาใจอารีย์

กอปรกรรมดีตามอย่างบรรพชน ทำไร่นาไหมปอและทอเสื่อ เลี้ยงโคเนื้อจับปลาคราหน้าฝน

สารพัดทำทุกอย่างเพื่อสร้างตน ยามสับสนก็ช่วยชาติ ไม่ขลาดกลัว”

 

รวบรวมโดย รศ.พิเศษ ดร.อาบ นคะจัด
เรียบเรียนโดย นายนิพนธ์ ติยะบุตร

 

 
 
 
 
 
 
 
 


อาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม 2565

facebook